การกำหนดลมหายใจในการใช้เวทย์มนต์
การที่จะใช้เวทย์มนต์คาถาอาคมให้ขลัง หรือเกิดความศักดิ์สิทธิ์นั้น จะต้องสำรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย คุณครูบาอาจารย์ คุณบิดามารดา ภาวนากำหนดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอกัน พร้อมกับว่าเวทย์มนต์ให้สม่ำเสมอกันไปด้วย อย่าให้ระยะช้าบ้างเร็วบ้างโดยไม่ได้จังหวะ เมื่อปฏิบัติดังนี้แล้ว จะรู้สึกขนลุกซู่ซ่าขึ้นทั่วสารพางค์กายก็จะเกิดความขลังมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์
เพราะการปลุกเสก ภาวนาบริกรรมสำรวมใจ สวดมนต์หลายๆ จบ ทำให้เกิดสมาธิมั่นคงนั่นเอง อีกประการหนึ่ง การใช้เวทย์มนต์คาถาภาวนาบริกรรม จะต้องทำจิตให้เป็นสมาธิว่าคาถาพร้อมกับสูดลมหายใจช้าๆ ๑ ที จนจบเนื้อมนต์ และผ่อนลมหายใจช้าๆ ออก ๑ ที จนจบเนื้อมนต์ ว่าในใจก็ได้ ด้วยการผ่อนสูดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอกันนั่นเอง ถ้าเนื้อมนต์เป็นบทสั้นๆ เมื่อหายใจเข้าจำต้องว่าหลายจบ และหายใจออกจำต้องว่าหลายจบดุจกัน ภาวนาบริกรรมหายใจเข้า ๑ ที และหายใจออก ๑ ที เรียกว่า ๑ คาบ การภาวนาเป็นจำนวนคาบ เช่น ๓ คาบ ๗ คาบ ๑๐๘ คาบ ซึ่งถ้าจะภาวนาถึง ๑๐๘ คาบ จะต้องชักลูกประคำ เพื่อให้จิตมีสมาธิมั่นคง โดยไม่ต้องคำนึงถึงคาถาว่ามาแล้วกี่จบ การภาวนาบริกรรมจำนวนคาบนั้น ก็แล้วแต่อุปเทห์ที่ท่านกำหนดไว้ ถ้าหากมีมนต์คาถาหรือโองการเป็นบทยาว ก็จะต้องสำรวมใจให้เป็นสมาธิจิตมั่นคง ว่าคาถาพร้อมกับหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอกัน วิธีปฎิบัติภาวนาบริกรรมเวทย์มนต์คาถา ดังกล่าวมาแล้วนี้ เมื่อจะใช้ทำการสิ่งใดก็เกิดความขลังและเป็นประสิทธิทุกประการ เวทย์มนต์คาถามีอุปเท่ห์แตกต่างกันทุกบท ผู้บริกรรมล้วนมุ่งจะให้ดวงจิตแน่วแน่เป็นสมาธิ เพื่อให้เกิดความสำเร็จกิจความมุ่งหมายในอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของตนเท่านั้น โดยไม่ต้องพะวงถึงสิ่งอื่นใดทั้งสิ้นที่จะไม่ให้สมาธิเสื่อม
สิ่งที่ควรทำความเข้าใจ
การใช้เวทย์มนต์ทั้งหลายนั้น มิได้หมายความว่าเมื่อท่องจำได้แล้วจะนำเอาไปใช้ให้มีความศักดิ์สิทธิ์เกิดผลประโยชน์ได้เลยก็หาไม่ พึงเข้าใจด้วยว่า เวทย์มนต์คาถาเป็นคำสวดบริกรรม ทำให้โน้มน้าวจิตใจเกิดสมาธิแน่วแน่ มีมโนคติช่วยปลุกพลังจิต ทำให้เกิดมโนยิทธิเข้มแข็งยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ที่จะเรียนวิชาไสยศาสตร์ได้สำเร็จ จำต้องสำรวมใจให้เป็นสมาธิ โดยการฝึกสวดมนต์ภาวนาบริกรรม กำหนดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ ทำให้เกิดพลังทางกระแสจิตอย่างแรงกล้าจริงๆ เพื่อช่วยให้กระแสของกาย ใจ มีกำลังมโนยิทธิมากขึ้น บันดาลให้เกิดความสำเร็จสมปรารถนา เช่น การบริกรรม ปลุก เสก เป่า ใช้กระแสจิตส่งพลังอานุภาพลงในวัตถุสิ่งของต่างๆ ก็จะเกิดอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ สามารถใช้ประโยชน์ตามความประสงค์
