การเขียนอักขระเลขยันต์นั้น จะต้องมีคาถาประกอบกับการเขียนด้วย ซึ่งมีสูตรของเกจิอาจารย์ท่านวางไว้หลายนัย การเขียนการลากเส้นยันต์ และลงอักขระหรือเลข จำต้องวางอารมณ์ทำจิตใจให้เป็นสมาธิ พร้อมกับบริกรรมคาถาไปด้วย ตลอดจนการเขียนยันต์รูปเทวดา มนุษย์ ยักษ์ ลิง และสัตว์ต่างๆ จะต้องใช้คาถาประกอบดุจกัน
การลงเลขใช้เลขไทย หรือเลขขอม ลงอักขระใช้อักขระขอม (บางตำราก็ใช้อักขระธรรมอีสาน หรือธรรมล้านนา) ซึ่งถือตามคติโบราณจารย์ที่ท่านได้วางไว้ การเขียนอักขระขอม อักขรธรรม ภาษาบาลี และเวทมนต์คาถาไว้ในคัมภีร์ใบลานและสมุดข่อย ถือกันว่าเป็นอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ บูรพาจารย์ท่านจึงห้ามอย่างเด็ดขาดมิให้เหยียบย่ำ แม้แต่อักขระขอมที่เขียนไว้ในกระดาษ ท่านก็ห้ามมิให้เช็ดถูสิ่งสกปรก หรือห่อสิ่งของโยนทิ้งในสิ่งปฏิกูลถือว่าเป็นบาป เพราะอักขระขอมใช้เป็นหนังสือธรรมในทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งโบราณ ฉะนั้นการลงอักขระในยันต์ต่างๆ จำต้องใช้อักขระขอมเป็นสำคัญ จึงเป็นที่นิยมกันสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้
สำหรับการลงอักขระเลขยันต์นั้น โบราณจารย์ท่านได้กล่าวถึงความหมายการเปรียบเทียบไว้ดังนี้
- ยันต์ที่มีเส้นโยงผ่านไปผ่านมา หมายถึง สายรกของพระพุทธเจ้า
- ยันต์ที่มีเส้นตรงไปตรงมา หมายถึง อัฐิของพระพุทธเจ้า
- ยันต์ที่มีรูปสามเหลี่ยม หมายถึง พระไตรสรณาคม
- ยันต์ที่มีรูปสี่เหลี่ยม หมายถึง ธาตุทั้ง ๔ มี ดิน น้ำ ลม ไฟ
- ยันต์ที่มีวงกลมคล้ายรูปไข่ หมายถึง ดวงพระพักต์ของพระพุทธเจ้า หรือพระพรหม
- ยันต์ที่มีวงกลมสามชั้น หมายถึง องคาพยพ หรือองค์พระพุทธเจ้า อันได้แก่ วงกลมชั้นใหญ่ชั้นที่ ๑ เรียกว่าบาทพระ วงกลมชั้นที่ ๒ เล็กกว่าชั้นที่ ๑ เรียกว่า องค์พระ วงกลมชั้นที่ ๓ เล็กกว่าชั้นที่ ๒ เรียกว่าเศียรพระ รวมวงกลมทั้ง ๓ จึงหมายถึงรูปกาย หรือองค์พระพุทธเจ้า
- ยันต์ที่มีวงกลมคล้ายพระจันทร์ครึ่งซีก หมายถึง พระจันทร์ให้แสงสว่างในยามราตรี
- ยันต์ที่มีวงกลมคล้ายพระอาทิตย์ หมายถึง พระอาทิตย์ให้แสงสว่างในยามทิวากาล
- ยันต์ที่คล้ายเลข ๙ หมายถึง อุณาโลม (ขนหว่างคิ้ว) ถ้าอุณาโลมมียอดหยัก ๕ ชั้น เรียกว่า อุณาโลมพระเจ้า ๕ พระองค์ ถ้าอุณาโลมมียอด ๙ ชั้น เรียกว่า อุณาโลมพระอรหันต์ ๙ องค์
- ยันต์ที่มีอักขระประกอบอยู่ หมายถึง มนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า หรือมนต์ของพระพรหม
- ยันต์ที่มีเลขประกอบอยู่ด้วย หมายถึง มนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า ที่ใช้เลขเป็นส่วนย่อแทนอักขระของมนต์
- ยันต์ที่มีเลข ๑ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง พระพุทธเจ้าเป็นศาสตาเอกของโลก
- ยันต์ที่มีเลข ๒ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง ทุกขักษัย คือการหมดทุกข์ สำหรับอรหันต์เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน อันเป็นความสุขที่ประเสริฐ
- ยันต์ที่มีเลข ๓ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง พระรัตนตรัย
- ยันต์ที่มีเลข ๔ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง ธาตุทั้ง ๔
- ยันต์ที่มีเลข ๕ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง พระเจ้า ๕ พระองค์
- ยันต์ที่มีเลข ๖ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง ฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้า มีรัศมี ๖ ประการ
- ยันต์ที่มีเลข ๗ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง ดอกบัวอันเป็นมงคลที่ประเสริฐ ที่มหาชนนำไปบูชาพระพุทธเจ้า ได้แก่ดอกบัวสัตตบงกช สัตตบรรณ สัตตบุษย์ ถือว่าเป็นดอกไม้ที่สูงอันวิเศษสุด
- ยันต์ที่มีเลข ๘ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง อัฐบริขาร เครื่องใช้สอยของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา มี ๘ อย่าง คือ สบง จีวร สังฆาฏิ บาตร มีดโกนหรือมีดตัดเล็บ เข็ม ประคดเอว ผ้ากรองน้ำ
- ยันต์ที่มีเลข ๙ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง นวอรหาทิคุณ คือคุณพระพุทธเจ้า ๙ ประการ มีบท อรหํ เป็นต้น
- ยันต์ที่มีเลข ๐ ประกอบอยู่ด้วย หมายถึง พระอรหันต์ ผู้มีความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์ “นิพฺพานํ ปรมํสุขํ” ไม่มีสิ่งใดมีความสุขเท่าพระนิพพาน
ยันต์ที่มีเลขประกอบ ๑ ถึง ๐ เวลาเขียนลงเลขจะต้องมีคาถาเรียกสูตร ทั้งนี้แล้วแต่เกจิอาจารย์ท่านได้วางหลักเกณฑ์ไว้ จึงมีคาถาเรียกสูตรลงเลขไม่เหมือนกัน
นอกจากนี้ยังมียันต์ที่เป็นรูปเทวดา มนุษย์ ยักษ์ หนุมาณ และสัตว์ต่างๆ มีคาถาเรียกสูตรลงรูปสมมุติเหล่านี้ ด้วยคาถา ๓๒ เพื่อให้มีชีวิตชีวาครบสมบูรณ์ด้วยอาการ ๓๒
ถ้าเขียนชื่อผู้ชายลงในรูปผู้ชาย และเขียนชื่อผู้หญิงลงในรูปผู้หญิงก็ดี หรือเขียนชื่อผู้ชายและเขียนชื่อผู้หญิงลงในตายันต์ก็ดี จะต้องมีคาถาเรียกสูตรลงนามชายหญิงด้วยเหมือนกัน
การเขียนอักขระลงยันต์ จะต้องเขียนเป็นอักขระแบบขอมตามที่โบราณจารย์ท่านใช้เป็นอักขระเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่โบราณ ท่านให้ใช้คาถาเรียกสูตรลงยันต์และอักขระดังต่อไปนี้
คาถาเรียกสูตรลงยันต์อักขระ
ลงอุณาโลมเรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” อุณาโลมาปะนะชานะยะเต ฯ “
ลงอุณาโลมยอดหยัก ๕ ชั้น เรียกสูตรด้วยคาถาดังนี้
” อุณาโลมาปะนะชานะยะเต นะโมพุทธายะฯ “
ลงอุณาโลมยอดหยัก ๙ ชั้น เรียกสูตรด้วยคาถาดังนี้
” อุณาโลมาปะนะชานะยะเต อะสังวิสุโลปุสะพุภะฯ “
ลงวงกลมสามชั้นเรียกว่า “องค์พระ” ให้ลงเศียรก่อน ให้เขียนวงกลมข้างบน เรียกสูตรด้วยคาถาดังนี้
” มะพุทธังกาโร ศีรษะพุทธา ปะนะชายะเต ฯ “
ลงวงกลมข้างล่างถัดมา ให้ลงองค์พระ เรียกสูตรด้วยพระคาถาว่าดังนี้
” อะธัมมังกาโร องคะพุทธา ปะนะชายะเต ฯ “
ลงวงกลมข้างล่างถัดลงมา ลงสุดท้าย ให้ลงบาทพระ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” อุสังฆังกาโร บาทะพุทธา ปะนะชายะเต ฯ “
ลงวงกลม หมายถึงพระอาทิตย์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” สุริยังเอกะเทวา อักขรานิ ปะนะชายะเต ฯ “
ลงพระจันทร์ครึ่งซีก เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” ศศิจันโทเทวา ตรีนิอักขรา ปะนะชายะเต ฯ “
ลงยันต์ลากเส้นสามเหลี่ยม ไม่ขมวดหัวมุมยันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” ตรีนิสนธิ ยันตังสันตัง ฯ “
ลงยันต์ลากเส้นขมวดมุมยันต์สามเหลี่ยม เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” วิกรึงคะเร ฯ “
ลงยันต์ลากเส้นสี่เหลี่ยม ไม่ขมวดหัวยันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” จัตตุโกญจาสนธิ มหายันตังสันตัง ฯ “
ลงยันต์ลากเส้นขมวดมุมยันต์สี่เหลี่ยม เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” วิกรึงคะเร ฯ “
ลงยันต์ลากเส้นขีดกลางผ่านภายในช่องยันต์ ไม่ขมวดหัวมุมยันต์ เรียกว่า กระดูกยันต์ ลากเส้นขีดผ่านไปมาตัดเป็นเส้นในกลางยันต์ เป็นตารางสำหรับลงเลขยันต์หรืออักขระ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” อัฐิสนธิยันตังสันตัง ฯ “
ลงยันต์ลากเส้นวงกลม เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” สนธิยันตังสันตัง วิกรึงคะเร ฯ “
ลงอักขระในตายันต์หรือในช่องยันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” อักขระยันตังสันตัง อุปปัชชะติ ฯ “
ลงเลขในตายันต์หรือในช่องยันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” เลขะยันตังสันตัง อุปปัชชะติ ฯ “
ลงอักขระนอกตายันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” อักขระยันตังสันตัง วิกรึงคะเร ฯ “
บางอาจารย์ลงอักขระนอกตายันต์ เรียกเอาสูตรอักขระที่ลงนั้น ออกนามขึ้นต้นก่อน แล้วเรียกสูตรด้วยคาถา จบลงท้ายด้วยอักขระที่ออกนามขึ้นต้นก่อนนั้น ให้เรียกสูตรว่าดังนี้
” ..(อักขระ).. กาโรโหติ สัมภะโว จงมาบังเกิดเป็นตัว ..(อักขระ).. ฯ “
เช่น ลงอักขระตัว “นะ”
” นะ กาโรโหติ สัมภะโว จงมาบังเกิดเป็นตัว นะ ฯ “
ยังมีอีกบางอาจารย์ ลงอักขระนอกตายันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” นามมะนังสะมาโส ยุตตะโถ ยุตตะถะ แห่งนามอักขระทั้งหลายมีอังเป็นต้น จงมาบังเกิดเป็นตัว ..(อักขระ).. ฯ “
ลงเลขนอกตายันต์ เรียกสูตรด้วยคาถาว่าดังนี้
” เลขะยันตังสันตัง วิกรึงคะเร ฯ “
สำหรับการลงเลขต่างๆ นั้น บางเกจิอาจารย์มีสูตรเรียกเลขของท่านโดยเฉพาะ เช่น ลงเลขในตรีนิสิงเหเทียบกับยันต์อื่นๆ ที่มีเลขประกอบอยู่ในยันต์ การเรียกสูตรลงเลขไม่เหมือนกัน
บางเกจิอาจารย์ทำยันต์มหาเสน่ห์ให้ชายหญิงรักใคร่กัน หรือทำให้ชายหญิงหย่าร้างกัน หรือยันต์การกระทำคุณไสยต่างๆ ก็ดี มีการลงชื่อชาย-หญิง ลงในยันต์ จะต้องใช้คาถาเรียกสูตรไปด้วยว่าดังนี้
” นามมะนัง สะมาโส ยุตตะโถ ยุตตะถะ แห่งนามะ ชื่อทั้งหลายให้ชื่อว่า…(ถ้าเป็นชายให้ว่า “อ้าย…” ถ้าเป็นหญิงให้ว่า “อี…”) เอหิมานิมา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ วิกรึงคะเร ฯ “
เมื่อลงชื่อเสร็จแล้ว เสกด้วยคาถาอาหาร ๓๒ สามจบ หรือเขียนยันต์เป็นรูปเทวดา มนุษย์ ยักษ์ หนุมาณ และสัตว์ต่างๆ จะต้องเสกด้วยอาการ ๓๒ สามจบดุจกัน เพื่อให้รูปสมมุตินั้น เกิดมีชีวิตชีวาเพื่อความขลังตามอุปเทห์นั้นๆ คาถาอาการ ๓๒ ว่าดังนี้
” อัฏฐิ อิมัสสะมิง กาเย เกษา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ มังสัง นะหารู อัฏฐิ อัฏฐิมิญชัง วักกัง หะทะยัง ยะกะนัง กิโลมะกัง ปิหะกัง บับผาสัง อันตัง อันตะคุณัง อุทะริยัง กะรีสัง ปิดตัง เสมหัง ปุพโพ โลหิตัง เสโท เมโท อัสสุ วะสา เขโฬ สิงฆานิกา ละสิกา มุตตัง มัตถะเก มัตถะลุงคัน คันติ ฯ “
สำหรับการเขียนลงชื่อคน ลงอักขระหรือลงเลขยันต์ต่างๆ นั้น โบราณจารย์ท่านห้าม มิให้ตัวอักขระหรือตัวเลขถูกเส้นยันต์เป็นอันขาด เพราะจะทำให้ยันต์และอักขระวิบัติหรือยันต์บอด เป็นยันต์ที่ไม่สมบูรณ์ ใช้การไม่ได้ ไม่ขลังไม่ศักดิ์สิทธิ์แล

