สาเหตุหนึ่งที่ผมมีความคิดที่จะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะเป็นห่วงหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่ไปหาซื้อตำหรับตำราคาถาอาคมจากร้านหนังสือที่ขายกันทั่วไป แล้วหลงเข้าใจ หรือได้รับทราบอะไรที่ผิดๆ เกี่ยวกับการศึกษาวิชาคาถาอาคม จนบางที ผมก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับพวกเค้าได้ เพราะหากว่าคาถานั้นแรงมากๆ จนตัวเค้าไม่สามารถควบคุมได้ (ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องเรียนธรรมเพื่อควบคุมสิ่งนั้นไว้) เอาล่ะครับมาเข้าเรื่องกันเลย
มีสุภาษิตอีสานอยู่บทหนึ่งว่า “เฮียนนำพ่อ ก่อนำครู” และ “เฮียนหนังสือต้องมีครู จี่กะปูต้องมีวาด” (เรียนหนังสือต้องมีครู เผาปูกินก็ต้องมีวิธี) ซึ่งแฝงความหมายเอาไว้เพื่อสอนลูกหลานว่า จะทำอะไรต้องมีครูหรือผู้รู้คอยให้คำแนะนำ เวลาเกิดติดขัด จะได้มีทางแก้ไข และสามารถกระทำการสิ่งนั้นได้สำเร็จอย่างตั้งใจ ดังนั้นการเรียนหนังสือจึงต้องมีครูสอน การเรียนมนต์ก็ต้องมีครูมนต์ การเรียนหมอดูก็ต้องมีครูหมอดู การรักษาไข้ก็ต้องมีครูยา ในสมัยก่อน คนที่จะไปเรียนกับครูไม่่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม จะต้องมีการมอบตัวอยู่กับครูก่อน ซึ่งการมอบตัวนั้น จะยึดหลักดังนี้
๑) มอบกาย การเรียนมนต์คาถานั้นจะมอบตัวเรียนในวันอังคาร ซึ่งต้องขอคำแนะนำจากอาจารย์เสียก่อน โดยท่านอาจจะดูฤกษ์ดูวันของการมอบตัวด้วย ต่างจากการเรียนหนังสือหรือบวชที่ต้องเป็นวันพฤหัสบดี
๒) ถวายตัว เมื่อได้มอบกายแล้ว ก็จะต้องมีการถวายตัวด้วย คือ เมื่ออาจารย์ยอมรับว่าคนคนนี้เป็นลูกศิษย์แล้ว จะสอนวิชาให้อย่างเต็มที่ไม่ปิดบังอำพราง ส่วนศิษย์เมื่อได้มอบตัวเป็นศิษย์แล้ว ก็จะต้องเชื่อฟัง ทำคำสั่งของอาจารย์ทุกอย่าง ไม่ฝ่าฝืนกฎหรือข้อห้ามของท่าน
๓) เครื่องมอบกาย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับกฎของสำนักนั้นๆ บางสำนักมีแต่บางสำนักอาจจะไม่มีก็ได้ โดยส่วนใหญ่หลักๆ แล้วแต่โบราณจะใช้ดอกไม้ ๕ คู่ เทียน ๕ คู่ และเงินค่าครู
๔) ละทิ้งความเป็นตัวเอง เมื่อเราอยู่กับอาจารย์จะต้องเชื่อฟัง ต้องเรียนวิชาให้จบ และฝึกปฏิบัติกับครูอาจารย์ให้ได้ผลก่อน จึงจะกราบลาจากท่านไปได้ เพื่อไปศึกษาวิชาต่อกับอาจารย์ท่านอื่นต่อไป ไม่ใช่เรียนเพียงครึ่งๆ กลางๆ โดยไม่ฝึกปฏิบัติ
๕) ยกครูก่อนจาก ลูกศิษย์ทุกคนที่อยู่ในสำนัก นอกจากจะเรียนวิชาความรู้และฝึกปฏิบัติแล้ว ยังต้องช่วยงานดูแลรับใช้อาจารย์ด้วยอย่างเต็มที่ ก่อนจะจากไป เพื่อให้ศิษย์คนอื่นเข้ามาเรียนได้ ก็จะนำขันเครื่องยกครูเข้ามายกครูกับอาจารย์ตามธรรมเนียมก่อนจึงจากไป ซึ่งในสมัยโบราณมีความเชื่อว่าต้องให้อาจารย์สวดญัติให้ด้วย มิฉนั้นคาถาที่เรียนจะหาความขลังไม่ได้ เหมือนกับว่าได้แต่ตัวหนังสือหรือจำความไปเท่านั้น
นี่คือการมอบตัวของศิษย์ที่กระทำมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งการมอบตัวและการขึ้นครูนั้น ถ้าไม่ทำสมัยโบราณเชื่อกันว่า “วิชาที่เรียนไปมันสิหลุ่ย” (วิชาที่เรียนไปจะเสื่อม หาความขลังไม่ได้)

