จากวันก่อนที่ได้เล่าถึงเรื่องหลักในการเรียนวิชาคาถาอาคมให้ได้ทราบแล้ว วันนี้เราก็จะมาพูดถึงวิธีทำการมอบตัวเรียนกันครับ
สำหรับวิธีการมอบตัวนั้น ให้แต่งเครื่องคายครูดังที่ได้เคยกล่าวมาแล้ว หรือตามที่ครูอาจารย์ของแต่ละสำนักสั่ง โดยให้ถือขันนั้นเข้าไปหา ตามวันและเวลาที่อาจารย์ท่านบอก เมื่อเข้าไปถึงให้นั่งคุกเข่าหน้าอาจารย์ ถ้าอาจารย์เป็นฆราวาสและศิษย์เป็นฆราวาส ให้วางขันลงแล้วกราบอาจารย์ ๑ ครั้ง ให้ว่าคำขอขมาและขอของดี ถ้าอาจารย์เป็นฆราวาสและศิษย์เป็นพระให้ศิษย์ไหว้พระพุทธรูป แต่ถ้าอาจารย์เป็นพระและศิษย์เป็นพระ ให้ปฏิบัติดังเช่นพระปฏิบัติต่อพระทั่วไป
วิธีปฏิบัติ
๑) ตั้ง “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” 3 จบ
๒) ว่าคำขอขมาและขอของดี
” อุกาสะ วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง
ขะมะถะ เม ภันเต มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา
อะนุโมทิตัพพัง สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทนามิ”
หมอบลง (อย่าพึ่งเอาขันมอบใส่มือให้อาจารย์) อาจารย์จะประณมมือแล้วรับเราว่า
“ทะทามิ เต ปุญญัง ตะยาปิ เม ทาตัพพัง”
จึงให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วกล่าวว่า
“ทะทามิ เต สาธุ”
๓) ว่าคำไหว้ครู
” วันทิตะวา สัพพะพุทธานัง สัพพะคุณะมะเหสินัง
ปาเท จะ อาจะริยัสสะ ปาทัง มัคคานะ ทัสสะนัง
ภุมเมสุ เจวะ สัคเคสุ พรัหมะเทเว มะหิทธิเก
กาหามิปิ นิยยะทานัง เอเตสัง กายะมัตตะโน
สัพเพปิ อันตะรายา เม มา เหสุง ตัสสะ เตชะสา
สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สัพพะสิทธิ ภะวันตุ เม”
แล้วกราบลง ๑ ครั้ง
๔) จากนั้นให้ยกขันดอกไม้ขึ้น แล้วว่าคำมอบตัว
” พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
อาจาริยัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง”
แล้วให้หมอบลงเอาขันดอกไม้มอบให้แก่อาจารย์ ถ้าเป็นพระเรียนกับฆราวาส ให้หมอบไปทางพระพุทธรูป อาจารย์ต้องอยู่ด้านข้างของพระพุทธรูป หากนั่งตรงกับศรีษะพระจะไม่ถูกต้อง
๕) หลังจากมอบเสร็จ อาจารย์จะเอามือจับขันแล้วว่า
” ปฏิคคัณหามิ ปะฏิคัณหามิ ปฏิคัณหามิ มาริสา ยัสสะ กัมมัง กะตัง ปาปัง
กุ สะเลนะ ปะหิยยะติ โสมัง โลกัง ปะ ภาเสติ อัพภา มุตโต วะ จันทิมา”
ว่า ๓ ครั้ง เมื่อรับขันแล้ว ให้ลูกศิษย์ลุกขึ้นนั่งปกติ ซึ่งภายหลังจากนี้ อาจารย์จะกล่าวให้โอวาทแก่ศิษย์ พร้อมทั้งบอกกฏ และข้อห้ามต่างๆ ให้ได้ทราบ ถือเป็นการเสร็จสิ้นการมอบตัว


ถ้าผมจะไปขอเป็นศิษย์เรียนวิชาบ้างจะได้ป่าวครับหรือต้องมีขันตอนยังไงครับ
การเรียนวิชาทางด้านนี้เราควรถามตัวเองก่อนครับว่า ตรวจสอบตัวเองให้ดี (เพราะไม่ใช่ว่าใครก็เรียนได้ เรียนอาจจะเรียนได้ครับ แต่จะสำเร็จไหมนี่ก็อีกเรื่องครับ)
- จุดประสงค์ที่เราเรียน แท้ที่จริงเรียนเพื่อสิ่งใด
- เรามีความพร้อมแล้วหรือยัง วัยวุฒิ คุณวุฒิ และวุฒิภาวะ
- มีความตั้งใจ มีความอุตสาหะพอไหม
- บุพการี พ่อแม่ เราท่านเห็นด้วยหรือไม่
- เราสามารถถือข้อห้ามข้อบังคับว่าด้วยการจะไม่กิน ไปไป ไม่พูด ไม่ทำ ในสิ่งที่ห้ามได้หรือไม่
- เราศรัทธาในวิชาที่เราเรียนแค่ไหน
คิดคำตอบไว้นะครับ แล้วมาคุยกัน วิชาสายนี้เลือกผู้เรียนครับ ไม่ใช่ผู้เรียนเลือก…
ผมอายุ27ปีหน้า28ละครับ
ผมสนใจทางด้านนี้ตั้งแต่เริ่มจำความได้ละครับ
ครอบครัวผมไม่ได้ว่าอ่ะไรครับ
ข้อนี้ไม่รู้จะตอบไง ต้องขอฟังข้อห้ามครับว่าห้ามอะไรบ้างหลักๆๆผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกางคืนศรัทธาในวิชาทางด้านนี้แน่นอนครับเพราะศรัทธาถึงอยากจะได้เรียนรู้แต่ขาดโอกาศที่ทำการศึกษา
ผมก็พอจะมีหนังสือทางด้านมนตร์ตรา(ที่หาได้จากร้านหนังสือทางนี้)ครับแต่ได้แต่อ่านๆๆท่องจำครับแต่ไม่กล้าที่จะลองเพราะยังขาดครู(กลัวจะไม่ดีกับตัวเอง)
ผมพอที่จะเขียนหรืออ่านอักขระขอมได้(ได้ไม่กี่ตัวนะครับ)
อันนี้คือคำตอบผมอ่ะครับ
สำหรับการเรียนวิชาทางด้านนี้จำเป็นต้องมีครูครับ แม้กระทั่งการที่เราเรียนจากในตำราหรือคัมภีร์ หรือจำมาโดยที่ไม่ได้มีครูเป็นผู้ประสิทธิวิชาให้ก็ยังจำเป็นจะต้องมีครูเช่นเดิม ส่วนจะว่าไปแล้วหนังสือที่มีขายอยู่ทั่วๆ ไปตามร้านขายหนังสือนั้น ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก แต่เท่าที่สอบทานกับต้นฉบับ และครูบาอาจารย์แล้ว พบว่ามักจะถูกปิดบังคาถาที่ถูกต้องเอาไว้ ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ซึ่งผมมิอาจแจ้งได้ จึงทำให้การนำไปใช้ไม่ค่อยเป็นไปตามที่หวังนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ผลซะทีเดียว เพราะเมื่อใดที่จิดเราแตะถึงระดับของจิตที่ละเอียก บวกรวมกับความศรัทธาในคาถาบทนั้นที่แรงกล้าแล้ว ย่อมส่งผลให้เกิดพลัง แม้จะได้เพียง 60-70 ไม่เต็ม 100 ก็ตาม