จอมเวทย์

" อ โห มหณฺณโว ปจฺจตฺตงฺ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ "

หัดเดินธาตุ

เขียนโดย หมอธรรมน้อย เมื่อ 21 ธันวาคม 2009 เรียนวิชา

การเดินธาตุนี้เป็นสิ่งที่บอกกันไม่ได้ โบราณท่านพูดเป็นภาษาอีสานว่า “บอกอยู่วัดแพ้สมภาร บอกอยู่บ้านฟ้าผ่า บอกอยู่ป่าควายชน” ท่านว่า มันมีสูตรอยู่ว่า “คนเมิ๊ดบ้าน กินน้ำสร้างบ่อเดียว เทียวทางเดียวบ่ให้เหยียบฮอยกัน”

kom3


วันนี้ผมจะนำเอาการเดินธาตุของหลวงปู่ดี (พระครูศุภกิจโกศล) อดีตเจ้าคณะอำเภอกุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี (ภูมิลำเนาบ้านเกิดของคุณแม่ผม) ซึ่งได้คัดลอกจากต้นฉบับที่เป็นหนังสือก้อม (หนังสือใบลานผูกเล็กๆ) เขียนด้วยอักษรธรรมอีสาน มาให้ศึกษากัน ซึ่งคัดลอกมาดังนี้


หัวใจธาตุ ๔ คือ นะ มะ พะ ธะ (ดิน น้ำ ไฟ ลม)

คำสมาทาน

๑) ” นะ สะหัสสาสิ สะมาทิยามิ นะ จิเจรุนิ คัจฉะติ อาโป อัสสา โส สุญญัง นิพพานัง ”
เป็นบท “ขับธาตุ”
๒) ” มะ สะหัสสาสิ สะมาทิยามิ มะะ จิเจรุนิ จรติ ปฐวีปัสโส หะทะยัง สิวัง ”
เป็นบท “เรียกธาตุ” 
๓) ” พะ สะหัสสาสิ สะมาทิยามิ พะ จิเจรุนิ สาธนะเตโชเอกะชานัง ปะระมัง ญัตตา ”
เป็นบท “ปลุกธาตุ”
๔) ” ธะ สะหัสสาสิ สะมาทิยามิ ธะ จิเจรุนิ สัพพัง ปานัง กะ ”
เป็นบท “ผูกธาตุ”

บอกธาตุ

นะ คือ ธาตุน้ำ ได้แก่ มารดา
มะ คือ ธาตุดิน ได้แก่ บิดา
พะ คือ ธาตุไฟ ได้แก่ จิตใจ
ธะ คือ ธาตุลม ได้แก่ชีวิต อินทรีย์

ตั้งธาตุ

นะ มะ พะ ธะ (เป็นมารดา)
มะ พะ ธะ นะ (เป็นบิดา)
พะ ธะ นะ มะ (เป็นจิต)
ธะ นะ มะ พะ (เป็นชีวิต)

ตั้งขันธ์

ธาตุมี ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม
ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
ทั้งรูปและขันธ์นี้อาศัยกันอยู่ คือ ดิน น้ำ ไฟ และลม ประชุมกันเป็นกาย เราเรียกว่า “รูป” คือ “มหาภูตรูป” หรือรูปหยาบ ส่วนเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รวมเรียกว่า “นาม” คือ “อุปาทายรูป” หรือรูปละเอียด ซึ่งอาศัยแฝงอยู่ในมหาภูตรูป (ร่างกาย)

วิธีการตั้ง คือ เมื่อตั้งธาตุทั้ง ๔ อันได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ และลม เข้าเป็นรูปแล้ว ขันธ์ ที่เหลืออีก ๔ อันได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ้งเป็นของละเอียด กำหนดจัดตั้งให้ได้ด้วยสติ เมื่อตั้งได้ ก็ฝึกให้นุ่มนวล เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในส่วนที่ต้องการ ให้เกิดเป็นฤทธิ์เป็นเดชได้
– เมื่อพูดถึงธาตุ ก็คือ ภูตกสิณ ให้เพ่งให้เกิดนิมิตรให้ได้
– เมื่อพูดถึงขันธ์ รูป คือ ภูตกสิณ ส่วนเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เป็นส่วนละเอียด จำเป็นต้องกำหนดรู้ โดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวข้องกับนิมิต ที่จะเกิดขึ้นขณะบริกรรม ซึ่งจะสงผลให้เกิดปฏิภาคนิมิต

แต่ในขั้นฤทธิ์นี้ ไม่ต้องการจะให้บรรทุกอารมณ์มากมายขนาดนั้น ซึ่งเมื่อเราตั้งใจได้อย่างนี้แล้ว เราจะรู้ได้ทันทีว่า อายตนสัมผัส อันจะสงผลให้เกิด
– เวทนา จะรู้สึกเป็นสุข รู้สึกเป็นทุกข์ และรู้สึกเฉยๆ
– สัญญา เกิดอาการที่ประทับจำซึ่งสิ่งที่ปรากฎ
– สังขาร เป็นสภาพที่ปรุงแต่งจิตให้เกิด ให้ดับ ทุกขณะเรื่อยๆ ไป
– วิญญาณ เกิดอาการที่รู้ชัดเจนในทุกอย่าง ที่ผ่านทางอายตนะ

แต่ในเรื่องนี้ ท่านคงต้องการให้ทำสัญญากับนิมิต ให้เป็นอัปปนา ให้ยิ่งๆ ขึ้นไปจนสามารถใช้งานในเชิงฤทธิ์เดชได้ และให้คล่องจนเป็นวสีได้ ให้อย่างอื่นว่างไปหมด เปรียบเสมือนเรือซึ่งนำเอาสัมภาระออกไปให้หมด ย่อมแล่นฉิวไปถึงฝั่งโดยพลัน โดยมีวิธีตั้งง่ายๆ ดังนี้

ป (ปฐถวี=ดิน)           ↓

อา (อาโป=น้ำ)          ↓

เต (เตโช=ไฟ)            ↓

วา (วาโย=ลม)           →          รู (รูป)

เว (เวทนา)

สัญ (สัญญา)

สัง (สังขาร)

วิ (วิญญาณ)

วิธีเดินธาตุ

๑) แบบอนุโลม (เดินตาม)

นะ มะ พะ ทะ
มะ พะ ธะ นะ
พะ ธะ นะ มะ
ธะ นะ พะ มะ

๒) แบบปฏิโลม (เดินย้อน)

ธะ พะ มะ นะ
พะ มะ นะ ธะ
มะ นะ ธะ พะ
นะ ธะ พะ มะ

๓) แบบกลืนจักร

พะ ธะ นะ มะ
ธะ นะ มะ พะ
นะ มะ พะ ธะ
มะ พะ ธะ นะ

๔) แบบคลายจักร

ธะ พะ นะ มะ
พะ นะ ธะ พะ
นะ มะ ธะ พะ
มะ ธะ พะ นะ

ถ้าจะใช้พระคาถาธาตุทั้ง ๔ กระทำการใดๆ ก็ดี อย่าลืมระลึกนึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ คุณพระฤๅษี คุณพระอินทร์ คุณพระพรหม และคุณเทวดาฟ้าดินทั้งหลายให้มาช่วยด้วย ห้ามใช้ในทางทำให้คนอื่นเดือดร้อนเด็ดขาด จึงจะได้ผลศักดิ์สิทธิ์ อีกอย่างหนึ่ง การจะใช้คาถาธาตุทั้ง ๔ นี้ ถ้าจะให้วิเศษท่านว่าให้ใช้ควบคู่ไปกับพระธาตุกรณี (จะ ภะ กะ สะ) และแก้ว ๔ ดวง (นะ มะ อะ อุ)

ซึ่งคราวหน้าผมจะนำเอาการหนุนธาตุเพื่อให้เกิดเป็นผลต่างๆ ทางฤทธิ์มาให้ทราบครับ


7 Responses to “หัดเดินธาตุ”

  1. มหาเวทย์ ณ อุดรธานี พูดว่า:

    เนื้อหาบทตอน ทุกอย่างดีมาก สมกับเปนหมอธรรมน้อย จริงๆๆ

    • หมอธรรมน้อย พูดว่า:

      ขอบพระคุณครับที่ให้เกียรติ ไม่ทราบว่าใช่ “ท่านเต” หรือปล่าวครับ ถ้าใช่แล้วละก็ ช่วงไหนว่างๆ นิมนต์ เชิญที่วัดพระอาจารย์แว่น ที่กาฬสินธุ์นะครับ จะได้แลกเปลี่ยนวิชาธรรมกัน

  2. สาบุตรรี พูดว่า:

    ขอบคุณมากครับ เรื่องการเดินธาตุ
    แบบที่ท่านว่ามานั้นยังมิใช่แบบพิศดารอย่างโบราณครับ ผมรู้จักผู้รู้ท่านหนึ่งรู้จริงระดับที่เกจิต้องอายทีเดียว ผมขอร้องให้ท่านเขียนเป็นตำราอยู่ ทานเรียนมามากคงแก่เรียนมากครับ แต่ท่านเก็บตัว(ท่านเก่งขนาดตัดรุ้งด้วยนิ้วเปล่าได้)
    ผมว่า คุณหมอธรรมน้อย ลองคุยกับท่านดูครับ ท่านอาจจะได้แหล่งข้อมูลเพิ่มอีก เรียกท่าน ว่า พี่เหมียว นะครับ มันแปลว่าสนิทกัน มาจากคนกันเอง ที่แกจะยอมคุยด้วย

    • หมอธรรมน้อย พูดว่า:

      ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมากครับคุณสาบุตรรีสำหรับคำชี้แนะของท่าน หากผมมีวาสนาคงจะได้รับการชี้แนะจากทาง “พี่เหมียว” เป็นแน่ครับ และต่อไปจักได้นำความรู้นั้นมาเผยแผ่มิให้สูญหายต่อไป

  3. น้องพี่เหมียว พูดว่า:

    พี่เหมียวแจ้งมาว่า กรุณาลบเบอร์โทรออกด้วยครับ จะไม่เป็นผลดีกับพี่เหมียวอย่างยิ่งครับ

  4. คนรู้น้อย พูดว่า:

    พี่เหมียวมีคนแจ้งลบเบอร์แล้วน่ะคับ

ป้อนอีเมล์ :